การบริการอย่างมีประสิทธิภาพ

บจ. ไทยแอร์เอเชีย ตระหนักดีว่าธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจหนึ่งที่สร้างปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ด้วยการ เผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลงของเครื่องบิน อันเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือ สภาวะโลกร้อน ด้วยเหตุนี้ฝ่ายปฏิบัติ การการบิน (Flight operations) จึงได้รณรงค์ให้นักบินปฏิบัติงานการบินด้วยแนวคิดการประหยัดพลังงานทุกขั้นตอน ซึ่งวิธีปฏิบัติ งานการบินดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการบินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โดย บจ. ไทยแอร์ เอเชีย ได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อกำหนดและประเมินความเสี่ยงก่อนและหลังโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกขึ้นตอนในโครงการปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งได้บรรจุวิธีการปฏิบัติการบินเข้าไปในระเบียบปฏิบัติ นอกจากจะช่วยลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังช่วยประหยัดต้นทุนน้ำมัน และยังสอดคล้องกับแนวทางของ “โครงการลดปริมาณคาร์บอนใน อากาศ” หรือ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) อีกด้วย

โครงการลดการใช้น้ำมัน และพลังงาน

ด้วยปริมาณเที่ยวบินมากกว่า10,000 เที่ยวบิน/เดือน บจ. ไทยแอร์เอเชีย ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการรักษา สิ่งแวดล้อม จึงได้ริเริ่มโครงการลดการใช้ น้ำมันและพลังงานในหลายมิติ รวมถึง การลดมลพิษทางเสียงในการปฏิบัติ การบิน เราพยายามอย่างต่อเนื่องในการ พัฒนาโครงการลดการใช้น้ำมันด้วยการ ใช้ระเบียบปฏิบัติต่างๆ รวมถึงการเก็บ ข้อมูลอย่างใกล้ชิด ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • การขับเคลื่อนเครื่องบินด้วยเครื่องยนต์ เดียวระหว่างรอทำการวิ่งขึ้น : ด้วยการจราจรทางอากาศที่หนาแน่น ทำให้บางครั้งเครื่องบินต้องขับเคลื่อนไป รอวิ่งขึ้นเป็นเวลานาน เกิดการใช้น้ำมัน และสร้างมลพิษโดยไม่จำเป็น ด้วยการ ขับเคลื่อนเครื่องบินด้วยเครื่องยนต์เดียว ระหว่างรอเครื่องขึ้น บจ. ไทยแอร์เอเชีย สามารถลดปริมาณการใช้น้ำมันได้ถึง 7 ลิตร/นาที ระหว่างที่เครื่องบินรอวิ่งขึ้น สายการบินไทยแอร์เอเชียเริ่มใช้วิธีการ ปฏิบัตินี้ เมื่อเดือนกันยายน 2560 โดยมี ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ในช่วงแรกอยู่ที่ร้อยละ 60 ของจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด โดยปัจจุบัน บจ. ไทยแอร์เอเชีย สามารถทำได้สำเร็จถึง ร้อยละ 80 โดยถือเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งนี้ในครึ่งปีแรกของปี 2561 บจ. ไทยแอร์เอเชีย สามารถประหยัดน้ำมันจาก วิธีการปฏิบัตินี้ไปได้ 565,726 กิโลกรัม
  • การใช้เครื่องเพิ่มแรงยกในการลงสนามอย่าง เหมาะสม: บจ. ไทยแอร์เอเชีย ได้บรรจุวิธีปฏิบัติในการใช้ เครื่องเพิ่มแรงยกในการลงสนามอย่างเหมาะสม ไว้ในระเบียบปฏิบัติมาตรฐานของนักบิน เพื่อ เป็นการลดการใช้น้ำมัน และเป็นการลดเสียง ระหว่างทำการลงสนาม ด้วยวิธีการปฏิบัตินี้ สามารถลดการใช้น้ำมันได้ 7.85 กิโลกรัมต่อ การลงสนามหนึ่งครั้ง ในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้ตั้งเป้าหมายการปฏิบัติ การบินในการใช้เครื่องเพิ่มแรงยกในการลง สนามให้ลดลงและเหมาะสมอยู่ที่ ร้อยละ 88 โดยในครึ่งปีแรกสามารถทำได้ถึง ร้อยละ 98 และลดการใช้น้ำมันไป 710,419 กิโลกรัม
  • การใช้ระบบการผันลมกลับด้านให้เหมาะสม เพื่อใช้สำหรับชะลอความเร็ว บจ. ไทยแอร์เอเชีย ได้บรรจุการใช้ระบบการ ผันลมกลับด้านให้เหมาะสม เพื่อใช้สำหรับชะลอ ความเร็วในระเบียบปฏิบัติมาตรฐานของนักบิน ถือเป็นการลดมลพิษทางเสียงที่ไม่จำเป็น โดยตั้งเป้าหมายของปี 2561 ไว้ที่ ร้อยละ 95 ซึ่งจากผลปฏิบัติการบินนั้นประสบความสำเร็จ เป็นอย่างดี โดยค่าเฉลี่ยที่ทำได้อยู่ที่ ร้อยละ 98

ฝูงบินแอร์บัส A320 นีโอ ของ บจ. ไทยแอร์เอเชีย

เครื่องบิน แอร์บัส A320 นีโอ (NEO: New Engine Option) ลำแรก ได้ถูกส่งมอบให้กับ บจ. ไทยแอร์เอเชีย เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ถือว่าเป็นสายการบินลำดับแรกๆ ในโลก ณ สิ้นปี 2561 มีอากาศยานทั้งหมด 62 ลำ

เครื่องบิน แอร์บัส A320 นีโอ ในฝูงบินของ บจ. ไทยแอร์เอเชีย ติดตั้งเครื่องยนต์ของ CFM International ร่นุ LEAP-1A ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ใหม่ ลดการใช้พลังงานได้มากถึง ร้อยละ 15 รวมไปถึงการลดมลภาวะทางเสียงเมื่อเทียบกับ อากาศยานแบบเดิม

การบริหารจัดการเพื่อป้องกัน หรือลดมลพิษและของเสียที่ เกิดจากกระบวนการธุรกิจหรือ เครื่องยนต์ผลิตพลังงานสำรอง (APU: Auxiliary Power Units)

APU เป็นเครื่องยนต์ชนิดหนึ่งคล้ายกับที่ติดตั้งที่ปีกของเครื่องบิน แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก โดยจะถูก ติดตั้งอยู่บริเวณส่วนหางของเครื่องบิน มีหน้าที่หลักคือสร้างพลังงานไฟฟ้า และสร้างอากาศแรงดันสูง ซึ่งถูกใช้สำหรับระบบปรับอากาศในห้องโดยสาร ขณะที่เครื่องบินอยู่บนพื้นเมื่อเครื่องยนต์หลักไม่ได้ถูก ใช้งาน และทำหน้าที่ในการสตาร์ตเครื่องยนต์หลักของเครื่องบิน

บจ. ไทยแอร์เอเชีย มีเป้าหมายที่จะลดต้นทุนที่เกิดจากการใช้งาน APU ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ในเขตสนามบิน และประหยัดเชื้อเพลิง โดยมีวิธีการดังนี้

ผลการปฏิบัติ

แผนงานอนาคต

การจำหน่ายน้ำมันที่ใช้แล้ว และการนำไปรีไซเคิล

น้ำมันที่นำไปจำหน่ายและรีไซเคิล ได้แก่ น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันไฮโดรลิก ที่ใช้ในการหล่อลื่น บำรุงรักษาเครื่องบินและอุปกรณ ์ ภาคพื้น ซึ่งมีอายุการใช้งานเมื่อครบ กำหนดแล้วจะต้องจำหน่ายทิ้ง ซึ่ง บจ. ไทยแอร์เอเชีย ได้เห็นว่าสามารถนำไป รีไซเคิลหรือจำหน่ายเพื่อลดปัญหาขยะ ได้ จึงนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้งานแล้วนั้น จำหน่ายให้กับผู้รับเหมา

กระบวนการ รีไซเคิลน้ำมัน

การกำจัดขยะอากาศยานและการนำไปรีไซเคิล

ขยะมูลฝอยที่เก็บจากอากาศยานนั้น ได้แก่ กล่องใส่อาหาร เศษอาหาร ที่จำหน่ายบนเครื่อง เก็บบรรจุถุงมัดมิดชิด (เฉลี่ยจำนวนถุงขยะใน แต่ละเที่ยวบิน 2.5 ถุง) จากนั้นจะมีรถขนขยะมูลฝอยมาเก็บและนำออก จากพื้นที่เขตลานจอดอากาศยาน (ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง) ระหวา่ งเวลา 06.00-22.00 น. พรอ้ มยืน่ หนงั สอื ขอนำ ขยะออกนอกพืน้ ที่ ที่ผ่านการเซ็นรับรองจากเจ้าหน้าที่สายการบิน แก่เจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยประจำช่องทาง จากนั้นจึงนำขยะเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ขยะดี

และขยะเสียโดยบริษัทรับซื้อขยะ ทั้งนี้ขยะดี ได้แก่ กระป๋องน้ำอัดลม ถาด อาหาร ขวดน้ำ ดื่ม กระดาษลัง เป็นตน้ จะนำ บรรจุถุงแยกเพื่อนำ ไปรีไซเคิล โดยส่วนมากจะเป็นการหลอมเพื่อนำไปคืนสู่สภาพที่เป็นมา เช่น ขวดน้ำดื่ม (พลาสติก) ก็จะนำไปหลอมและขึ้นรูปเป็นขวดดังเดิม ส่วนขยะเสีย ได้แก่ เปลือกผลไม้ เศษอาหาร กระดาษเปียก เป็นต้น จะบรรจุถุงแยกเพื่อนำไป กำจัด โดยการเผาทำลายหรือฝังกลบโดยบริษัทที่ได้รับรองจากหน่วยงาน ของรัฐ