สารจากประธานกรรมการ
มุ่งสู่ทศวรรษแห่งความยั่งยืน (A Greener Decade)
ในวาระที่ไทยแอร์เอเชียก้าวเข้าสู่ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่น 'A Greener Decade' เราไม่ได้มองเพียงแค่การรักษาความเป็นผู้นำในฐานะสายการบินราคาประหยัดที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ที่ว่า "ความยั่งยืนและความสามารถในการทำกำไรต้องเติบโตไปพร้อมกัน"
โจทย์ที่ยากที่สุดคือการบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดตามโมเดลธุรกิจสายการบินราคาประหยัด ในขณะที่ยังคงงบประมาณด้านความยั่งยืนไว้อย่างเหนียวแน่น เราไม่มองว่าความยั่งยืนคือรายจ่ายที่จับต้องไม่ได้ แต่คือการลงทุนเพื่อความคงอยู่ของธุรกิจ คณะกรรมการและทีมผู้บริหารทุกคนจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อส่งคืนกำไรที่สะอาดให้แก่ผู้ถือหุ้น
ภายใต้บริบทโลกที่ผันผวน ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ปัจจัยพื้นฐานภาคบังคับ” เราได้ตระหนักว่าธุรกิจที่จะอยู่รอดและได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งผู้กำกับดูแล คู่ค้า และลูกค้า คือธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยมเท่านั้น
เราตระหนักว่าความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนจึงได้ผนวกมิติด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและยกระดับมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคง
ความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบินด้าน Net Zero
ในอุตสาหกรรมการบินเองนั้น ไม่ว่าจะเป็นสายการบินราคาประหยัดหรือสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ต่างปฏิเสธไม่ได้ถึงความรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะเรือนกระจก ไทยแอร์เอเชียจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อบรรเทาและแก้ไขวิกฤตการณ์นี้อย่างเร่งด่วน เราได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมในการริเริ่มใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) รวมถึงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูง ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญลำดับแรก ที่เราเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยไม่รอให้มีการประกาศใช้กฎหมายหรือระเบียบบังคับ เพื่อให้สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เชื่อมโยงการบินสู่ชุมชนอย่างรับผิดชอบ
นอกจากการสร้างสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจและมิติทางสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคมและชุมชน ณ จุดหมายปลายทางที่เราเข้าปฏิบัติการ ไทยแอร์เอเชีย ริเริ่มการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบมานานกว่า 10 ปี ด้วยโครงการ Journey D 4 ชุมชนนำร่องในช่วงแรก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนผาหมี จ.เชียงราย ชุมชนบ้านโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ ชุมชนบ้านพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช และชุมชนเกาะกลาง จ.กระบี่ ทั้งนี้เพราะเราตระหนักดีว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการดูแลให้ยั่งยืน ก็คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จทางธุรกิจของเราเช่นกัน เราจึงมุ่งมั่นเชื่อมโยงบทบาทการเป็นผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ เข้ากับการส่งเสริมจิตสำนึกในการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ทั้งสองสิ่งขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างกลมกลืน ปัจจุบัน โครงการ Journey D ได้ขยายผลความสำเร็จไปสู่เครือข่ายชุมชนรวม 14 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ปลูกฝังจิตสำนึกจากภายในสู่ภายนอก
สุดท้ายนี้ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดพลังจากพนักงานภายใน เรามุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบ โดยในปีที่ผ่านมา เราได้ยกระดับความรู้พนักงานผ่านแผนการฝึกอบรมที่เข้มข้น ซึ่งครอบคลุมในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน - เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบโดยรวมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้านสิทธิมนุษยชน - เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานและลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ - เพื่อปกป้องความถูกต้องน่าเชื่อถือของระบบ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัลท่ามกลางยุคสมัยของ AI ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ เราได้จัดอบรมปูพื้นฐานความรู้ด้านความยั่งยืนในทุกภาคส่วนให้พนักงาน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบการอบรมในพื้นที่จริง ณ ศูนย์ปฏิบัติการบินหลัก อาทิเช่น เชียงใหม่และภูเก็ต รวมถึงเตรียมพัฒนาหลักสูตรอบรมความรู้เชิงลึกด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้พนักงานทุกระดับมีจิตสำนึกสีเขียวที่สะท้อนออกมาผ่านคุณภาพการบริการ
ผมในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ และขอให้ความเชื่อมั่นว่าไทยแอร์เอเชียจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เพื่อเป็นสายการบินที่นำพาความสุขมาสู่ผู้คน ควบคู่ไปกับการดูแลโลกใบนี้ให้ยั่งยืนสืบไป
นายวิเชฐ ตันติวานิช
ประธานกรรมการ
